จัดทำบทความโดย นายธนชิต เชื้อพิบูลย์ เลขทะเบียน 4901208083
นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือนธันวาคมที่ผ่านมาหดตัวลงต่อเนื่อง ทำให้ประเมินว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 2551 ติดลบระหว่างร้อยละ 0.5-2 ทำให้จีดีพี ปี 2551 ขยายตัวลดลงจากที่เคยประเมินไว้ โดยคาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 3-3.5
โดยมีปัจจัยลบ คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่สงบการเมืองในประเทศ ซึ่งส่งผลต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 18.8 เทียบกับร้อยละ 14.9 ในเดือนพฤษภาคม 2541 และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี 2552 โดยประเมินว่าจีดีพีไตรมาส 1 มีโอกาสติดลบร้อยละ 0.5 หรือมากกว่า หากเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2551 ที่โตร้อยละ 6 ถือเป็นการปรับลดลงที่ค่อนข้างมาก ซึ่ง ธปท.คาดหวังว่าการเร่งเบิกจ่ายเม็ดเงินและงบประมาณของรัฐบาลให้ได้ร้อยละ 94 ของเงินงบประมาณ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยของ ธปท. และอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง จะกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและนักลงทุน ประกอบกับสถานการณ์การเมืองที่มีความชัดเจนมากขึ้นจะเป็นตัวช่วยสนับสนุนการขยายตัวของจีดีพีไตรมาส 1 ให้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
ส่วนข้อเสนอที่ต้องการให้ ธปท.ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง เพื่อสนับสนุนต่อการส่งออกนั้น นางอมรา ยืนยันว่า ปัจจุบัน ธปท.ดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพและไม่ผันผวน ซึ่งก็เอื้อต่อผู้ประกอบการและนักธุรกิจ รวมทั้งภาคการส่งออกอยู่แล้ว การที่ภาคการส่งออกหดตัวลงมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจุดต่ำสุดของภาะเศรษฐกิจโลกจะเกิดขึ้นเมื่อใด ดังนั้น ยอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศจึงได้ชะลอตัวลง
คำถาม
1.เศรษฐกิจเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
2.ปัจจัยที่ทำให้ภาวะเศรษฐกิจเดือนธันวาคมที่ผ่านมาหดตัวลงต่อเนื่องคืออะไร
3.อะไรที่กระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและนักลงทุน
ที่มา http://emis.fpo.go.th/txtlstvw.aspx?LstID=03ffdfee-ce45-40b7-8751-f461b326c1f6
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น