วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ยอดการให้สินเชื่อรายภาคธุรกิจของแบงก์ไตรมาส 4 ปี 51 เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5.40

จัดทำบทความโดย... อรรถวุฒิ เยาวพัฒน์ 4901208037

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดคงค้างการให้สินเชื่อแยกตามประเภทธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2551 พบว่า มียอดคงค้างการให้สินเชื่อทั้งสิ้น 7,549,404 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 387,046 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.40 หากคิดเป็นสัดส่วนแล้วธุรกิจที่ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ ได้แก่ ธุรกิจลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคลคือได้รับสินเชื่อจำนวน 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท หรือร้อยละ 75 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รองลงมาคือ การบริหารราชการและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการบริการประกันสังคมภาคบังคับ 98,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,936 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.59 และการให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 63,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,491 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.78

ขณะที่บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 561,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.56 การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 226,373 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,533 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.09 การบริโภคส่วนบุคคลอื่นๆ 377,965 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,970 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.83 อุปโภคบริโภคส่วนบุคคล 1,612,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51,626 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.30 การไฟฟ้า แก๊ส และการประปา 155,942 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,670 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.08

ส่วนโรงแรมภัตตาคาร 245,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,201 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.02 การจัดหาที่อยู่อาศัย 832,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24,383 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.01 การศึกษา 19,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 359 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.88 การผลิต 1,750,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14,303 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.82 เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 79,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 473 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.59 การซื้อที่ดิน 40,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.17

ส่วนธุรกิจที่ยอดสินเชื่อลดลงมากที่สุดได้แก่ การเดินทางไปต่างประเทศเพื่อการทำงาน 1,089 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 126 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 10.3 รองลงมาคือ การทำเหมือนแร่ และถ่านหิน 39,362 ล้านบาท ลดลง 1,429 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.50 การขายส่ง การขายปลีก และซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 1,062,583 ล้านบาท ลดลง 20,974 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1.97 การประมง 13,597 ล้านบาท ลดลง 259 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.86

องค์การต่างประเทศอื่นๆและสมาชิก 58 ล้านบาท ลดลง 1 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.69 การก่อสร้าง 144,006 ล้านบาท ลดลง1,630 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.11 และการบริการด้านสุขภาพ และงานสังคมสงเคราะห์ 34,097 ล้านบาท ลดลง 96 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.28 องค์การระหว่างประเทศ

นายเกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท.กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 51 ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อโดยรวมร้อยละ 11.8 ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติที่บางธุรกิจที่ได้รับสินเชื่อลดลงบ้าง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าธุรกิจเหล่านั้นจะไม่เกิดปัญหาจนส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ ต้องล้มหายตายจากกันเหมือนช่วงวิกฤติปี 40 และไม่ได้ห่วงว่าสภาพแวดล้อมไม่ดีแล้วยิ่งส่งผลร้ายให้ภาคธุรกิจอยู่ไม่ได้

ส่วนที่หลายฝ่ายห่วงธุรกิจที่เชื่อมโยงกับภาคการส่งออกจะได้รับผลโดยตรงจากปัญหาต่างประเทศนั้นมองว่ายังไม่มีสัญญาณอะไรที่แสดงให้เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มนี้ แต่กลับกันคือหากธุรกิจเหล่านี้ถูกยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้า ทำให้ความต้องการขอสินเชื่อน้อยลงมากกว่า

ที่มา... สำนักข่าวไทย

คำถาม...
1. ธุรกิจใดเป็นธุรกิจที่ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้นมากที่สุด ?
2. ธุรกิจใดเป็นธุรกิจที่ยอดสินเชื่อลดลงมากที่สุด ?
3. จากสภาวะเศษฐกิจในปัจจุบันทำให้ธุรกิจบางธุรกิจได้รับสินเชื่อลดลง ท่านคิดว่าจะส่งผลอย่างไรกับธรกิจเหล่านั้น ?

ไม่มีความคิดเห็น: