วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

หากการเมืองยืดเยื้อ ปี52 ท่องเที่ยวจะลดลง 3.5 ล้านคน


จัดทำบทความโดย นายธนชิต เชื้อพิบูลย์ เลขทะเบียน 4901208083

ธปท.ได้ประเมินว่าหากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ นักท่องเที่ยวจะหายไป 3.5 ล้านคน ซึ่งมีความรุนแรงกว่าปัญหาโรคซาร์สที่นักท่องเที่ยวหายไป 1 ล้านคน และเหตุการณ์สึนามินักท่องเที่ยวหายไป180,000 ล้านคน

นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท.ได้ประเมินว่าหากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจะหายไป 3.5 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 40 ในปี 2552 คิดเป็นเงินที่สูญไป 140,000 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 1.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งมีความรุนแรงกว่าปัญหาโรคซาร์สที่ทำให้นักท่องเที่ยวหายไป 1 ล้านคน และเหตุการณ์สึนามินักท่องเที่ยวหายไป 180,000 ล้านคน
นางอมรา เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ชะลอตัวลงทุกด้าน โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัวต่อเนื่อง เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง และคาดว่าเหตุการณ์ปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และมีผลต่อภาคธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง และจากสถานการณ์การเมืองที่อึมครึมตลอด ยังทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจแย่ลงทุกด้าน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ยอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลงมาก ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนตุลาคมอยู่ที่ 38.3 ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 42.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี 10 เดือน นับตั้งแต่มีการจัดทำดัชนีดังกล่าวในปี 2543 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 75.8 ลดลงต่ำสุดในรอบ 1 ปีนางอมรา กล่าวอีกว่า สำหรับการส่งออกเดือนตุลาคม มีมูลค่า 14,998 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 4.7 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 76 เดือน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 15,962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 23.5 ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 964 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง ธปท.ประเมินว่าภาคการส่งออกที่ขยายตัวชะลอลง ประกอบกับรายได้จากการท่องเที่ยวชะลอตัวลงเช่นกัน ดังนั้น ดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2551 จะขาดดุล จากที่เคยประเมินว่าจะเกินดุลเล็กน้อย

นอกจากนี้ ธปท.เตรียมประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 3 ธันวาคมนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอมากกว่าที่คาด และเหตุการณ์ในประเทศตึงเครียดมากขึ้น ดังนั้น คาดว่าจีดีพีคงจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้


ที่มา http://emis.fpo.go.th/txtlstvw.aspx?LstID=93a76e8b-ee29-4f04-a215-03aed4040331

คำถาม
1. ดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2551 จะเป็นอย่างไร ?
2. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเพราะอะไร ?
3. การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะเกิดขึ้นในวันที่เท่าไร ?

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นิวยอร์คไลฟ์ ไม่ร่วมโครงการความช่วยเหลือทางการเงินของกระทรวงการคลัง สหรัฐอเมริกา

จัดทำบทความโดย น.ส. จิตลดา ธนกิจอมร เลขทะเบียน 4901208045
กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--นิวยอร์ค์ไลฟ์ อินชัวรันส์
นิวยอร์คไลฟ์ อินชัวรันส์ บริษัทแม่ของ บมจ. ไทยพาณิชย์
นิวยอร์คไลฟ์ประกันชีวิต แถลงวันนี้ว่า นิวยอร์คไลฟ์ ยืนยันที่จะไม่เข้าร่วมโครงการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินของกระทรวงการคลัง
สหรัฐอเมริกา
โฆษกของนิวยอร์คไลฟ์ กล่าวว่า “เมื่อเราทราบอย่างชัดเจนว่า โครงการนี้เป็นความสมัครใจของบริษัทประกันภัย นิวยอร์คไลฟ์ จึงสามารถประเมินในมุมมอง ทั้งด้านความมั่นคงของฐานะการเงิน และประโยชน์สูงสุดของผู้ถือกรมธรรม์ เรามีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมาก โดยมีเงินกองทุนสูงกว่าจำนวนที่บริษัท ซึ่งได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางเงินในระดับ AAA ต้องดำรงไว้อีกด้วย นอกจากนี้ นิวยอร์คไลฟ์ ยังได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางเงินในระดับสูงสุด จากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ Standard & Poors (AAA), Moody’s (Aaa), A.M. Best (A++) และ Fitch (AAA) อย่างเหนียวแน่น”
เขากล่าวต่อว่า “บริษัทของเรา สามารถบรรลุเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ โดยปราศจากขอรับความช่วยเหลือทางการเงินใดๆ ทั้งสิ้นจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ธุรกิจของเรายังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และมีผลกำไร นอกจากนี้ นิวยอร์คไลฟ์ ยังมุ่งมั่นที่จะดำรงสถานะการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีผู้ถือกรมธรรม์เป็นเจ้าของ หรือ Mutual Life ซึ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือกรมธรรม์เป็นหลักต่อไป”
เกี่ยวกับนิวยอร์คไลฟ์
นิวยอร์ค์ไลฟ์ อินชัวรันส์ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2388 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงนิวยอร์ค และได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์จูนให้อยู่ในกลุ่ม 100 บริษัทแรกที่มีรายได้สูงสุดของสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีผู้ถือกรมธรรม์เป็นผู้ถือหุ้น (Mutual Life) ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นิวยอร์คไลฟ์ ได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินในระดับสูงสุดจาก 4 สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก โดยให้บริการประกันชีวิต กรมธรรม์เพื่อการเกษียณอายุ และความคุ้มครองระยะยาว
ให้แก่ลูกค้า ส่วนนิวยอร์คไลฟ์ อินเวสเม้นท์ แมเนจเม้นท์ แอลแอลซี ให้บริการบริหารทรัพย์สิน และการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ ส่วนบริษัทในเครืออื่นๆ ให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการกองทุนรวม ทั้งประเภทรายบุคคล และสถาบัน
ด้านนิวยอร์คไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นบริษัทในเครือของนิวยอร์คไลฟ์ ที่ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ และให้บริการประกันชีวิต และกรมธรรม์ประกันชีวิตคุณภาพผ่านสาขาต่างๆ ในทวีปละตินอเมริกา และเอเชียซึ่งประกอบด้วย ฮ่องกง ไต้หวัน จีน เกาหลีใต้ อินเดีย ไทย เม็กซิโก และอาร์เจนติน่า

ที่มา : http://www.newswit.com/news/
2008-1107/45562fa56ba1dc64ac2db56a710efbad/


คำถาม

1.จากข่าวสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำทั้ง 4 แห่ง ได้แก่อะไรบ้าง

2.นิวยอร์ค์ไลฟ์ อินชัวรันส์ ก่อตั้งในปีใด สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ไหน

3.นิวยอร์คไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นบริษัทในเครือของนิวยอร์คไลฟ์ ดำเนินธุรกิจและให้บริการในประเทศอะไรบ้าง